บทเรียนที่ 9

การใช้อินเตอร์เน็ตในการสืบค้น

 

การใช้งานอินเตอร์เน็ต (Internet) เบื้องต้น

                ความรู้พื้นฐานของการใช้งาน อินเตอร์เน็ต (Internet)นั้น ประกอบด้วยการใช้งานด้านการค้นหาข้อมูลและสื่อสารข้อมูลเป็นหลักในที่นี้จะกล่าวถึงการใช้งาน Browser ในการค้นหาข้อมูลและสื่อสารข้อมูล โดยการค้นหาข้อมูล จะกล่าวถึงการใช้งาน Search Engine และการสื่อสารข้อมูลจะเป็นลักษณะของการสื่อสารข้อมูลด้วยE-Mail

                Browser คืออะไร

                Browser คือ โปรแกรมระบบงานที่ใช้เพื่อค้นหาทรัพยากรต่าง ๆ ใน Internet โดยBrowser นั้น จะให้ผู้ใช้เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยไม่สนใจรายละเอียดทางเทคนิคของการเชื่อมต่อระหว่างจุด หรือวิธีการเฉพาะที่จะเข้าไปใช้จุดเหล่านั้น และนำเสนอข้อมูลที่เป็นข้อความ ( Text ) , ภาพ ( Graphics ) , เสียง ( Sound ) หรือภาพเคลื่อนไหว (Animation ) ในเอกสารบนจอภาพ

                การใช้งาน Internet Explorer

                Internet Explorer (IE)เป็น Browser ซึ่งผลิตโดยบริษัท Microsoft ซึ่งมีมาให้พร้อมกับMicrosoft Windows ตั้งแต่ Windows 98 ขึ้นไป โดยที่หากเป็น Windows98 ก็จะเป็น IE4.0 , Windows98 SE ก็จะเป็น IE5.0 , Windows Me ก็จะเป็น IE5.5 , สุดท้ายถ้าเป็น Windows XPก็จะเป็น IE6.0 ดังนั้น หากคิดจะใช้อินเตอร์เน็ตด้วย IEแล้ว จำเป็นต้องทราบเทคนิคพื้นฐานเบื้องต้นในการใช้ IE ด้วย

                รู้จักกับเมนู ปุ่ม และคำสั่งในเบื้องต้น

มาดูหน้าที่ของปุ่มต่าง ๆ กันเลย

                                ปุ่ม Back ใช้สำหรับย้อนกลับไปหน้าที่ผ่านมาแล้ว

                                ปุ่ม Forward ใช้สำหรับเปลี่ยนไปหน้าต่อไป (หลังจากที่ย้อนกลับมา)

                                ปุ่ม Stop ใช้สำหรับหยุดการโหลดข้อมูลในหน้าเว็บเพจนั้น

                                ปุ่ม Refresh ใช้สำหรับการเรียกโหลดข้อมูลหน้าเว็บเพจใหม่อีกครั้ง

                                ปุ่ม Home ใช้สำหรับกลับไปหน้าแรกหรือกลับไปที่ URL ที่ตั้งไว้ให้เป็นหน้าแรก

                                ปุ่ม Search ใช้สำหรับค้นหาเว็บไซต์

                                ปุ่ม Favorites ใช้สำหรับเลือกเว็บไซต์จาก Favorites หรือ Book Mark

                                ปุ่ม History ใช้สำหรับการย้อนกลับไปดูเว็บไซต์ที่เคยเข้าไปดูมาแล้ว

                                ปุ่ม Mail ใช้สำหรับการ รับ-ส่ง อีเมล์

                                ปุ่ม Print ใช้สำหรับการพิมพ์หน้าเว็บออกเครื่องพิมพ์

                                ปุ่ม Edit ใช้สำหรับการแก้ไขหน้าเว็บเพจนั้น ๆ

                เทคนิคการใช้งาน Internet Explorer

                การกดปุ่ม เมาส์ขวาเพื่อเรียกเมนูใช้งานอย่างรวดเร็ว เช่นการเก็บรูปภาพ การเปิดหน้าต่างใหม่หรืออื่นๆ

                การกดปุ่ม ALT + ปุ่มลูกศร ซ้าย หรือ ขวา จะเป็นการเรียกใช้เมนู Back หรือ Forward ได้เช่นกัน

                การกดปุ่ม Ctrl + N เป็นการเปิดหน้าต่างใหม่เพิ่มขึ้นมา

                การค้นหาข้อความในหน้า Web Page สามารถใช้เมนู Edit และ Find (on This Page) หรือกด Ctrl + F ได้

                หากพบภาพที่ถูกใจ สามารถตั้งให้เป็น Wall Paper ได้ทันทีโดยกดปุ่มเมาส์ขวา เลือกที่ Set as wallpaper

                การกดปุ่ม Ctrl + N เป็นการเปิดหน้าต่างใหม่เพิ่มขึ้นมา

                การสืบค้นข้อมูลโดยการใช้ Search Engine

                Search Engine คือ โปรแกรมซึ่งทาหน้าที่เป็นตัวค้นหาข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่ง Search Engine ที่นิยมใช้นั้นมีด้วยกันหลายตัวด้วยกัน เช่น Google (www.google.co.th),Dogpile (www.dogpile.com)

ALLTHEWEB ( www.alltheweb.com ) Yahoo (www.yohoo.com) เป็นต้น แต่ในที่นี้จะอธิบายวิธีการใช้งาน Google ซึ่งเป็น Search Engine ที่มีความนิยมที่สุดในขณะนี้

               

                การใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตสืบค้นข้อมูล

                บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมีข้อมูลอยู่อย่างมากมายมีหลายประเภท ในการสืบค้นข้อมูลด้วยวิธีทั่วๆ ไปจะทำได้ช้าระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตจึงมีโปรแกรมช่วยค้นหาข้อมูล ซึ่งจะอยู่ในเว็บไซต์ค้นหาข้อมูล (Search Site) ในเว็บไซต์เหล่านี้จะจัดเก็บข้อมูลไว้เป็นหมวดหมู่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

                1. โปรแกรมค้นหา (Search Engine) เป็นการค้นหาข้อมูลอัตโนมัติเหมาะกับการค้นหาข้อมูลแบบเฉพาะเจาะจง เช่น Yahoo, Lycos, Google ฯลฯ

                2. สารบบค้นหา (Search Directory) เป็นเว็บไซต์ที่ค้นหาข้อมูลที่จัดเป็นหมวดหมู่แบบกว้างๆ เช่น Yahoo, Sanook ฯลฯ

                การบันทึกข้อมูลจากเว็บเพจ

                ในการสืบค้นข้อมูลในระบบอินเตอร์เน็ตมีความจำเป็นที่จะต้องจัดเก็บข้อมูลโดยการบันทึกลงฮาร์ดดิสก์หรือแผ่นดิสเก็ต มีวิธีการทำดังต่อไปนี้

                1. เข้าโปรแกรม Internet Explorer และเข้าเว็บไซต์ที่ต้องการ

                2. คลิกเมนู File จะมีกรอบคำสั่งแสดงออกมา

                3. เลือกคำสั่ง Save as จะมีกรอบโต้ตอบแสดงออกมา

                4. เลือก Drive ที่ต้องการจะจัดเก็บข้อมูลจากเว็บเพจ ที่ช่อง Save in

                5. พิมพ์ชื่อแฟ้มข้อมูลในช่อง File name

                6. กดปุ่ม Save

                การสั่งพิมพ์ข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต

                เมื่อค้นพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากเว็บไซต์ เราสามารถสั่งพิมพ์ข้อมูลที่ต้องการได้ทันทีโดยคลิกที่สัญรูป (Icon) ของเครื่องพิมพ์ มีขั้นตอนดังนี้

                1. ที่เมนู File และเลือกคาสั่ง Print

                2. จะแสดงหน้าต่างของการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ที่ติดตั้งไว้

                3. เลือกหน้าที่จะพิมพ์

                4. คลิกปุ่ม OK

การทำงานของอินเทอร์เน็ตการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

 

        เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเหมือนใยแมงมุมที่แผ่ออกไปกว้างไกลและมีจุดเชื่อมต่อกันได้มากมาย

โดยผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ก่อนแล้วซึ่งเรียกว่า ซึ่งผู้ให้บริการแต่ละรายจะเก็บค่าบริการไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการเชื่อมต่อว่าใช้เทคโนโลยีใด เช่น เอดีเอสแอล (ADSL) ไอเอสดีเอ็น

(ISDN) แอร์การ์ด (air card) ทรีจิ (3G) หรือโมเด็มธรรมดาและมีความเร็วสูงมากน้อยเพียงไรเชื่อมต่อ

ตลอดเวลาหรือเป็นครั้งคราว จำกัดเวลาใช้งานหรือไม่ เป็นผู้เรียกดูเรียกใช้บริการอย่างเดียว หรือเป็นผู้ให้บริการแก่คนอื่น หรือให้บริการฟรี เช่น สถาบันการศึกษาให้นักศึกษาในสังกัดใช้งานอินเทอร์เน็ตฟรี เป็นต้น

 

เทคโนโลยีที่ใช้ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต มีดังนี้

 

        โมเด็ม(modem)  คือ  อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตซึ่งมีสายสัญญาณนำส่งข้อมูลได้แต่ไม่รวดเร็วเท่ากับเทคโนโลยีอื่น ๆ

        เอดีเอสแอล(ADSL)  คือ  เทคโนโลยีของโมเด็มซคึ่งมีสายสัญญาณนำส่งข้อมูลความเร็วสูงกว่าโมเด็มธรรมดา  และสามารถพูดโทรศัพท์ขณะใช้อินเทอร์เน็ตได้

        ไอเอสดีเอ็น(ISDN) คือ บริการสื่อสารโทรคมนาคมระบบดิจิทัลที่สามารถรับส่งข้อมูลทั้งในระบบภาพ เสียง และข้อมูลได้เร็วกว่าโมเด็มธรรมดา

        แอร์การ์ด(aircard)  คือ  อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายเข้ากับคอมพิวเตอร์สมุดพกหรือ

โน๊ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

        ทรีจี(3G)  คือ  เทคโนโลยีการสื่อสารที่ผสมผสานการนำเสนอข้อมูล  โทรศัพท์เคลื่อนที่  วิทยุเทป  กล้องถ่ายรูปและอินเทอร์เน็ตไว้ด้วยกัน  ตลอดจนให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงสำหรับคอมพิวเตอร์สมุดพกหรือโน๊ตบุ๊ก

 

        การเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตของเทคโนโลยีเอดีแอสแอล  ไอเอสดีเอ็น  และโมเด็ม  มีขั้นตอนที่เหมือนกัน  ดังนี้

  1. ผู้ใช้ขอเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต จากผู้ให้บริการโดยการพิมพ์ชื่อเข้าใช้ (login)  และรหัสผ่าน (password)
  2. โมเด็มจะทำหน้าที่หมุนหมายเลขโทรศัพท์ไปยังผู้ให้บริการพร้อมกับลงชื่อเข้าใช้และรหัสผ่านไปด้วย
  3. ข้อมูลชื่อเข้าใช้  และรหัสผ่านเดินทางผ่านทางสายโทรศัพท์
  4. ผู้ให้บริการได้รับการร้องขอเข้าใช้บริการอินเทอร์เน็ต จะทำการตรวจสอบชื่อเข้าใช้  และรหัสผ่าน  ถ้าถูกต้องจะส่งข้อมูลกลับไปว่า  เข้าใช้สำเร็จ
  5. ผู้ใช้จะสามารถใช้บริการอินเทอร์เน็ตได้ทันที

          

           สำหรับการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตด้วยแอร์การ์ดทำได้โดยเสียบแอร์การ์ดเข้ากับคอมพิวเตอร์สมุดพกหรือคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่เปิดเครื่องไว้แล้ว จากนั้นคลิกปุ่มคำสั่ง Connect  ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้  ส่วนการเชื่อมต่อเข้าสู่อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในระบบทรีจี  ซึ่งเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอด 24 ชั่วโมง  เมื่อเปิดโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งคราว ต้องเข้าไปที่รายการการเชื่อมต่อ

แล้วเลือกจีพีอาร์เอส (GPRS) ติดต่อกับเครื่องแม่ข่ายเพื่อขอใช้งานจึงจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้

 

การใช้งานอินเทอร์เน็ต

        การใช้งานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีหลายรูปแบบ  ซึ่งผู้ใช้ควรศึกษาวิธีการใช้ให้เข้าใจและฝึกใช้เป็นประจำจึงจะใช้ได้ถูกต้องและเกิดประโยชน์มากที่สุด  ดังตัวอย่าง

         อีเมล์

                อีเมล์(e-mail) หรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  เป็นการส่งข้อความอย่างเดียวหรือแนบไฟล์  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  และเสียงไปกับข้อความ  เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้ส่งและผู้รับผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการส่งจดหมายหรือพัสดุทางไปรษณีย์  แต่ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากกว่า  โดยมีซอฟต์แวร์เป็นบุรุษไปรษณีย์  

ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นเส้นทางการส่งจดหมายและการจ่าหน้าซองจดหมายหรือพัสดุเป็น

การอ้างอิงที่อยู่ของไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์  แทนการเขียนลงบนซองจดหมายหรือกล่องพัสดุ

                การส่งอีเมล์ถึงผู้รับมีขั้นตอน  ดังนี้

  1. ลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการอีเมล์ของเว็บไซต์ที่ให้บริการก่อน ในกรณีที่ยังไม่สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี
  2. เข้าสู่ระบบของผู้ให้บริการ (login) โดยพิมพ์ชื่อเข้าใช้ (username) และรหัสผ่าน(password)
  3. คลิกปุ่มคำสั่ง NEW  หรือ สร้าง
  4. พิมพ์ที่อยู่ของผู้รับ
  5. พิมพ์หัวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้อความที่จะส่งไปให้ผู้รับ
  6. พิมพ์ข้อความที่ต้องการส่ง
             7.
     คลิกปุ่มคำสั่ง Send  หรือ  ส่ง

 

           บล็อก

                         บล็อก (blog)  ย่อมาจากคำว่า เว็บล็อก (weblog)  ซึ่งเป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่ถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียนและจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้บนสุด

                บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วยข้อความ  ภาพ  การเชื่อมโยงภายในบล็อกและเว็บไซต์อื่น  และบางครั้งอาจมีสื่อต่าง ๆ เช่น  เพลง  วิดีโอ  ร่วมด้วย  บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูลสามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเขียนขึ้น  และเจ้าของบล็อกสามารถโต้ตอบกลับได้ทันที

               บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลาย  โดยเจ้าของบล็อกสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร ประกาศข่าย  แสดงความคิดเห็น  และเผยแพร่ผลงานได้  นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนขึ้นเฉพาะเรื่องส่วนตัวจะเรียกว่า  ไดอารีออนไลน์  และบริษัทเอกชนหลายแห่งได้จัดทำบล็อกขึ้นเพื่อเสนอแนวความคิดใหม่ให้กับลูกค้าในรูปแบบข่าวสั้น และเมื่อได้รับการตอบรับจากลูกค้า  จึงนำการตอบรับนี้ไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการต่อไป

                การใช้งานบล็อกในฐานะผู้อ่านและต้องการ่วมแสดงความคิดเห็น  ทำได้ดังนี้

  1. เข้าไปในบล็อกที่ต้องการอ่านหรือร่วมแสดงความคิดเห็นโดยเลือกผ่านการสืบค้นด้วยโปรแกรมเรียกค้นข้อมูล
  2. พิมพ์ข้อความแสดงความคิดเห็น
  3. คลิกปุ่มคำสั่งส่งความคิดเห็น

เว็บไซต์ที่ให้บริการสมาชิกได้สร้างเว็บในลักษณะของเว็บบล็อกได้ฟรีที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่

hi5, Facebook, Blogger, Ning, Gotoknow  เป็นต้น

 

การโอนย้ายแฟ้มข้อมูล

 

          การโอนย้ายแฟ้มข้อมูลหรือเอฟทีพี (FTP : File Transfer Protocol)  เป็นบริการของสถานีบริการโอนย้ายข้อมูล  ซึ่งอาจเป็นขององค์กรใดองค์กรหนึ่งที่มีการนำข้อมูลมาเก็บไว้ ข้อมูลเหล่านี้อาจเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นเอกสาร หรือแฟ้มข้อมูลอื่นใดก็ได้  สถานีบริการนี้จะดูแลแฟ้มและให้บริการแก่ผู้เรียกใช้  ทั่งในระยะใกล้และสถานีห่างไกลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต  โดยผู้เรียกใช้สามารถติดต่อเข้าไปเพื่อขอคัดลอกแฟ้มข้อมูลที่ต้องการมาใช้งานได้

        นอกจากนี้  การโอนย้ายข้อมูล  ยังสามารถนำข้อมูลของผู้ใช้ที่มีอยู่  โอนย้ายไปให้ผู้อื่น หรือนำไปไว้ในเครื่องบริการที่เชื่อมต่ออยู่บนอินเทอร์เน็ตที่อื่น ซึ่งผู้ใช้มีสิทธิ์ในการใช้

        ซอฟต์แวร์โอนย้ายข้อมูลที่นิยมใช้กันมีอยู่หลายชนิด  เช่น  WS_FTP, Cute FTP, FileZilla 

เป็นต้น ซึ่งในทีนี้จะขอนำเสนอวิธีการใช้งานซอฟต์แวร์ WS_FTP เพราะมีวิธีการติดตั้งไม่ยุ่งยากและใช้งานง่ายการโอนย้ายข้อมูลโดยใช้ซอฟต์แวร์ WS_FTP ที่ติดตั้งแล้ว  ทำได้โดยเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแล้วปฏิบัติดังนี้

  1. ดับเบิลคลิกที่ปุ่มคำสั่งของซอฟต์แวร์WS_FTP เพื่อเปิดใช้งาน
  2. เลือกข้อมูลที่ต้องการโอนย้าย
  3. คลิกปุ่มคำสั่งÜ
  4. แสดงการโอนย้ายสำเร็จ

 

 

การสืบค้นข้อมูลโดยใช้โปรแกรมเรียกค้นข้อมูล (search engine)

 

        บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลมากมายให้สืบค้น ทั้งข่าวสาร บทความ รูปภาพ  เพลง 

 มิวสิกวิดีโอ แผนที่ ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้สืบค้น  โดยการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการแบบประหยัดเวลานั้น ต้องทราบแหล่งที่มีข้อมูล  วิธีการสืบค้นและมีโปรแกรมเรียกค้นข้อมูล

        เซิร์ซเอนจิน (search engine)เป็นโปรแกรมเรียกค้นข้อมูลหรือโปรแกรมช่วยสืบค้นข้อมูลที่เก็บไว้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โปรแกรมเรียกค้นข้อมูล  สามารถพบได้ทั้งเว็บไซต์ต่างประเทศและในประเทศ เช่น www.google.comwww.google.co.thwww.yahoo.com

www.lycos.comwww.sanook.com,  www.siamguru.com เป็นต้น  ซึ่งเว็บไซต์ที่คนไทยคุ้ยเคยกันดีก็คือ  www.google.co.th นั่นเอง  การสืบค้นข้อมูลภาษาไทยโดยใช้โปรแกรมเรียกค้นข้อมูลของ www.google.co.th มีขั้นตอน  ดังนี้

  1. เปิดเว็บเพจกูเกิลโดยพิมพ์ www.google.co.th ลงในช่องว่าง  แล้วกดปุ่ม Enter
  2. พิมพ์คำค้นหาหรือคำสำคัญ(keyword)  ที่ต้องการสืบค้นข้อมูลลงในช่องว่าง
  3. คลิกปุ่มคำสั่งค้นหาด้วยGoogle
  4.   คลิกเลือกเว็บไซต์ที่ต้องการสืบค้นข้อมูลแล้วจะปรากฏรายละเอียดข้อมูลที่อยู่ในเว็บไซต์นั้น ๆ

 

หมายเหตุ

www.google.co.th  เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจ  Search engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งมีรายได้หลักจากการโฆษณาออนไลน์ อีเมล  เครือข่ายออนไลน์  แผนที่ออนไลน์  ก่อตั้งโดย  แลร์รี เพจ และเซอร์เกย์ บริน  คำว่า google  มาจากจำนวนทางคณิตศาสตร์  หมายถึง  เลข 1  ตามด้วย 0  อีกร้อยตัว  หรือ  10100  เพื่อแสดงว่าบริษัทต้องจัดการกับข้อมูลจำนวนมหาศาล

 

การสนเทนาบนเครือข่าย

                การติดต่อสื่อสารบนอินเทอร์เน็ต  นอกเหนือจากการใช้อีเมลแล้ว ยังสามารถสนทนาพูดคุยกันได้  โดยใช้ซอฟต์แวร์ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานแตกต่างกันไป  เช่น  พิมพ์ข้อความผ่านคีย์บอร์ด  การพูดคุยผ่านไมโครโฟน  และการพูดคุยผ่านเว็บแคมซึ่งสามารถมองเห็นหน้าตาผู้สนทนา  รวมถึงสามารถส่งไฟล์ข้อมูล  ข้อความภาพและเสียงไปให้คู่สนทนาขณะพูดคุยกันได้  เป็นต้น 

ซอฟต์แวร์สนทนาบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ได้รับความนิยม  เช่น  เอ็มเอสเอ็น  เมสเซนเจอร์ (MSN Messenger)  ไอซีคิว (ICQ)  เป็นต้น

                ตัวอย่างการสนทนาบนเครือข่าย ด้วยซอฟต์แวร์  เอ็มเอสเอ็น  เมสเซนเจอร์ (MSN Messenger)  มีขั้นตอนดังนี้

  1. คลิกปุ่มคำสั่งstart  >  All Programs  >  Windows Live  >  Windows Live Messenger  หรือ  ดับเบิลคลิกไอคอน  ..... บนหน้าต่างทำงาน
  2. ลงชื่อเข้าใช้และรหัสผ่าน
  3. คลิกปุ่มคำสั่งลงชื่อเข้าใช้
  4. คลิกลงบนรายชื่อเพื่อนที่ต้องการสนทนาด้วยแล้วเลือกส่งข้อความด่วน
  5. พิมพ์ข้อความสนทนาลงไปยังช่องว่างด้านล่างแล้วกดปุ่ม  Enter  บนคีย์บอร์ด  จะปรากฎข้อความสนทนาที่หน้าต่างด้านบน

ถ้าคู่สนทนาส่งข้อความตอบกลับมา ปุ่มคำสั่งซอฟต์แวร์จะกระพริบและมีเสียงเตือนให้อ่านข้อความ

 

การสืบค้นและการใช้โปรแกรมค้นหาข้อมูล

                แต่เดิม อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงวิชาการในรูปแบบของนิวส์กรุ๊ป(news group) ซึ่งสมาชิกของกลุ่มสามารถเข้าไปอ่านและเขียนข้อความได้ ต่อมามีข่าวสารประเภทนี้เพิ่มมากขึ้น จึงมีการจัดประเภทและมีเครื่องมือช่วยค้นหาที่มีชื่อว่าโกเฟอร์(gophor) ต่อมาได้มีนวัตกรรมเกิดขึ้นในโลกอินเตอร์เน็ต นั่นคือระบบเวิลด์ไวด์เว็บ(World Wide Web:WWW)

เทคโนโลยีใหม่ที่นำมาใช้ในระบบ www ประกอบด้วย

  1. ภาษา HTML (Hypertext Markup Language)ที่กำหนดรูปแบบการแสดงผลบนจอภาพ
  2. ซอฟต์แวร์เว็บเซอร์เวอร์ (Web Sever Software) ที่จัดการเกี่ยวกับการรับและส่งแฟ้มข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
  3. โปรแกรมเว็บเบราเซอร์ ที่ติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ทำหน้าที่จัดรูปแบบข้อมูลตามที่ระบุในคำสั่งภาษา HTML และนำไปแสดงบนผลจอ เว็บบราวเซอร์เช่น Safari 5, Internet Explorer 9 Beta, Mozilla Firefox 4 Beta, Google Chrome, Opera 10.6+
  4. ระบบไฮเปอร์ลิงค์(Hyperlink) ที่สามารถทำการเชื่อมโยงเอกสารต่า ๆ ๖ทั้งที่เป็นข้อความและภาพ) ที่เก็บไว้ต่างที่กัน
  5. ภาพกราฟริก เป็นข้อมูลรูปแบบใหม่ที่สามารถรับส่งผ่านเครือข่ายและโปรแกรมเว็บบราวเซอร์ สามารถนำไปแสดงบนจอภาพได้
  6. ภาพกราฟิกสามารถทำให้เป็นภาพเคลื่อนไหวได้

                นวัตกรรมทางเทคโนโลยีดังกล่าวทำให้เกิดแหล่งข้อมูลที่เรยกว่า เว็บไซต์ (Web site)เกิดขึ้นมากมายทั่วโลกและดลกทั้งโลกกลายเป็นโลกไร้พรมแดนสำหรับข้อมูลข่าวสารที่อยู่ภายในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์แต่ละแห่งมีที่ชื่อ-ที่อยู่เรียกว่า URL(Universal Resource Locator)ซึ่งจะบ่งชี้ถึงแหล่งที่อยู่ของเว็บไซต์นั้นนอินเตอร์เน็ตเช่น http://www.google.com ผู้ใช้จะเข้าถึงเว็บไซต์ที่ต้องการได้โดยการพิมพ์ URL ลงไปในช่อง address ของโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์

                 เว็บไซต์(web site) แต่ละแห่งจะมีเอกสารที่เรียกว่า เว็บเพจ(web page) เก็บข้อมูลเป็นจำนวนมากเอกสารเหลานี้อาจจะมีองค์ประกอบเป็น ข้อความ รูปภาพ ภาพเคลือ่นไหว เสียง และวีดีทัศน์และอาจมีการเชื่อมโยงด้วยระบบไฮเปอร์ลิงค์ไปยังเอกสารอื่น ๆ อีก

วิธีการสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต

                    การสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต ด้วยการใช้ Search Engine เป็นการบริการค้นหาข้อมูลที่ต้องการโดยมีโปรแกรมพิเศษที่เรียกว่า โปรแกรเรียกค้นข้อมูล Search Engine จะมีหน้าที่รวบรวมรายชื่อเว็บไซต์ต่างๆ เอาไว้ โดยจัดแยกเป็นหมวดหมู่ ผู้ใช้งานเพียงแต่ทราบหัวข้อที่ต้องการค้นหาแล้วป้อน คำหรือข้อความของหัวข้อนั้นๆ ลงไปในช่องที่กำหนด คลิกปุ่มค้นหา เท่านั้น ข้อมูลอย่างย่อ ๆ และรายชื่อเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องจะปรากฏให้เราเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมได้ทันที

Search Engine แต่ละแห่งมีวิธีการและการจัดเก็บฐานข้อมูลที่แตกต่างกันไปตามประเภทของ Search Engine ที่แต่ละเว็บไซต์นำมาใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ดังนั้นการที่จะเข้าไปหาข้อโดยวิธีการ Search นั้น อย่างน้อยเราจะต้องทราบว่า เว็บไซต์ที่จะเข้าไปใช้บริการ ใช้วิธีการหรือ ประเภทของ Search Engine อะไร เนื่องจากแต่ละประเภทมีความละเอียดในการจัดเก็บข้อมูลต่างกันไป

  1. การสืบค้นแบบใช้คีย์เวิร์ด ใช้ในกรณีที่ต้องการค้นข้อมูลโดยใช้คำที่มีความหมายตรงกับความต้องการ โดยมากจะนิยมใช้คำที่มีความหมายใกล้เคียงกับเนื้อเรื่องที่จะสืบค้นข้อมูล มีวิธีการค้นหาได้ดังนี้

1.1 เปิดเว็บเพจ ที่ให้บริการในการสืบค้นข้อมูล ตัวอย่างเช่น

http://www.google.co.th เป็นเว็บที่ใช้สืบค้นข้อมูลของต่างประเทศ ข้อดีคือ ค้นหาง่าย เร็ว

http://www.yahoo.com เป็นเว็บที่ใช้สืบค้นที่ดีตัวหนึ่งซึ่งค้นหาข้อมูลง่าย และข้อเด่นคือภายในเว็บของ http://www.yahoo.com เองจะมีฟรีเว็บไซต์ ที่รู้จักกันในนาม http://www.geocities.com ซึ่งมีจำนวนเว็บมากมาย ให้ค้นหาข้อมูลเองโดยเฉพาะ

http://www.sanook.com เป็นเว็บของคนไทย

http://www.siamguru.com เป็นเว็บของคนไทย

โดยพิมพ์ช่องเว็บที่ช่อง Address ดังตัวอย่างซึ่งใช้ http://www.google.co.th

1.2 ที่ช่อง ค้นหา พิมพ์ข้อความต้องการจะค้นหา ในตัวอย่างจะพิมพ์คำว่า แหล่งท่องเที่ยวเมืองโคราช

1.3 คลิกปุ่ม ค้นหาด้วย Google

1.4 จากนั้นจะปรากฏรายชื่อของเว็บที่มี

1.5 คลิกเว็บที่จะเรียกดูข้อมูล

  1. หลักการใช้คำในการค้นหาข้อมูล

                การสืบค้นแบบใช้คีย์เวิร์ด เช่น ถ้าต้องการจะสืบค้นเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของเครื่องคอมพิวเตอร์ การค้นหาจึงต้องการเนื้อหาที่เจาะลึก การสร้างคำคีย์เวิร์ด ต้องใช้คำที่เจาะลึกลงไปเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เฉพาะคำมากยิ่งขึ้น

2.1 การใช้คำที่คิดว่าจะมีในเว็บที่ต้องการจะค้นหา เช่น ต้องการจะหาข้อมูลเกี่ยวกับ บุคคล ที่ชื่อว่า นาย อุบล ถ้าเราพิมพ์ข้อมูลที่ช่อง Search ว่า อุบล แล้วทำการค้นข้อมูล Search Engine จะทำการค้นหาคำ โดยจะค้นหารวมทั้งคำว่า จังหวัดอุบล อุบลราชธานี คนอุบล วิทยาลัยเกษตรอุบล เทคโนโลยีอุบล ซึ่งเราจะเจอะ ข้อมูลจำนวนมาก ดังนั้นการใช้คำในการค้นหาข้อมูลจึงต้องใช้คำเฉพาะเพื่อให้ได้ข้อมูล ที่น้อยลง เช่น อาจจะพิมพ์คำว่า นาย อุบล พิมลวรรณ ซึ่งข้อมูลจะมีจำนวนที่น้อยลง

2.2 ใช้เครื่องหมาย คำพูด  (“ _ ”) เพื่อกำหนดให้เป็นกลุ่มคำ เช่น จะค้นหาคำ ชื่อหนังสื่อที่ชื่อว่า โปรแกรม PhotoShop สังเกตว่าคำที่จะค้นหา จะเป็นคำที่ต้องเว้นวรรค  แต่เมื่อมีการสืบค้นด้วย Search Engine ระบบจะค้นหาคำแบ่งเป็นสองคำ คือคำว่า โปรแกรม และคำว่า PhotoShop จึงทำให้ข้อมูลที่ได้ผิดพลาด ดังนั้นการสร้างคำ จึงต้องกำหนดคำด้วยเครื่องหมายคำพูด จึงใช้คำว่า โปรแกรม PhotoShop” ในการค้นหาแทน

2.3ใช้เครื่องหมาย ลบ (-) ไว้หน้าคำที่ไม่ต้องการจะให้ปรากฏอยู่ในรายการแสดงผลของการค้นหา เช่น ต้องการหาชื่อโรงเรียน แต่ทราบแล้วว่าโรงเรียนที่จะค้นหาไม่ใช้โรงเรียนอนุบาล จึงต้องยกเลิกคำว่าอนุบาล โดยพิมพ์คำว่า โรงเรียน  -อนุบาล ผลที่ได้จะทำให้มีเฉพาะคำว่า โรงเรียน ทั้งหมดแต่จะค้นหาคำว่า อนุบาล (*การพิมพ์เครื่องหมาย ลบกับคำที่จะยกเลิกต้องติดกัน มิฉะนั้นระบบจะเข้าใจว่าจะค้นหาคำ 3 คำ คือ คำว่า โรงเรียน คำว่า + และคำว่า อนุบาล*)

การสืบค้นข้อมูลภาพ

ในกรณีที่นักเรียนต้องการที่จะค้นหาข้อมูลที่เป็นภาพ เพื่อนำมาประกอบกับรายงาน มีวิธีการค้นหาไฟล์ภาพได้ดังนี้

  1. เปิดเว็บ http://www.google.co.th
  2. คลิกตัวเลือก รูปภาพ
  3. พิมพ์กลุ่มชื่อภาพที่ต้องการจะค้นหา (ตัวอย่างทดลองหาภาพเกี่ยวกับ ปราสาทหินพิมาย)
  4. คลิกปุ่ม ค้นหา
  5. ภาพทีค้นหาพบ
  6. การนำภาพมาใช้งาน ให้คลิกเมาส์ด้านขวาที่ภาพ> Save Picture asหรือ save image as
  7. กำหนดตำแหน่งที่จะบันทึกที่ช่อง Save in
  8. กำหนดชื่อที่ช่อง File Name
  9. คลิกปุ่ม